adoralula

adoralula (Intro)

posted on 17 Mar 2008 18:12 by pandura  in adoralula
 

 

 

 

 

 

อันนยอง กลับมาแล้วค่ะ

กลับมาอย่างรวดเร็ว

(แต่ได้ข่าวว่าปิดบล็อกไปแล้ว ^_^)

...

"adoralula" เพราะดีนะ

แต่อย่าถามเราว่าแปลว่าอะไร...

 

 

 

 

 

 

 

adoralula

  'Intro part'

 

เสียงเพลงเรียกเข้าจังหวะอึมครึมดังแว่วมาจากโต๊ะข้างๆ ผมหันไปมองต้นเสียงแล้วก็พลันให้ใจหาย อาซิ้มอายุไม่น้อยกำลังกดรับโทรศัพท์ท่ามกลางพรรคพวกรุ่นเดียวกันอีก 4- 5 คน นอกจากโต๊ะผมกับโต๊ะพวกป้าๆ แล้ว ก็ไม่มีใครในร้านอาหารแห่งนี้อีก

 

นี่ผมเลือกร้านผิดหรือพวกป้าเข้าร้านไม่ถูกกันแน่เนี่ย

ผมละสายตาจากภาพที่ไม่ค่อยจรรโลงใจเท่าไหร่ หันมองออกไปนอกกระจกร้าน นั่นไง เพื่อนร่วมตายที่กำลังจะเข้ามาช่วยชีวิตเอาไว้พอดี

 

"เฮ้!" หมอนั่นยกมือร้องทัก ขณะเดินตัวปลิวผ่านโต๊ะป้าๆ ตรงมาทางผม เสื้อยืดตัวในสีชมพูสดกับเสื้อนอกผ้ามันวาวสีดำลอยมากระทบเข้าตาเป็นอย่างแรก เห็นมันแต่งตัวแล้วก็เหนื่อยใจ

 

"สายอีกแล้วนะแจจุง"

"ชิลๆ น่า คนกันเอง"

ผมมองเพื่อนที่กำลังยิ้มระรื่นขณะทิ้งตัวลงนั่งแล้วก็ต้องส่ายหัว เรื่องมาสายนี่ขอให้บอก ไม่มีใครเกิน

รู้จักแจจุงครั้งแรกในงานเทศกาลอาหารนานาชาติ ตอนนั้นพวกเราแย่งสเต็กเนื้อแกะราดซอสแตงกวาชิ้นสุดท้ายกัน ช่างเป็นการพบกันครั้งแรกที่น่าประทับใจ

 

"ทำไมถึงเลือกร้านนี้ล่ะ" แจจุงหันกลับไปมองโต๊ะคุณป้าที่เขาเดินผ่านมาอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าผมอย่างตำหนิ

 

"ปกติมันไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก สั่งๆ เหอะ จะได้รีบไป"

.

.

.

ผมมองคนข้างๆ แล้วก็ต้องอมยิ้ม แจจุงเดินล้วงกระเป๋าฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี การแต่งตัวที่บอกว่าน่าเหนื่อยใจ บางทีดูๆ ไปก็เพลินดีเหมือนกัน

 

เสียงฮัมเพลงแสนไพเราะ ดังผะแผ่วเสียจนต้องเงี่ยหูเข้าไปใกล้ ผมเดินชิดเข้าไปหาพลางโอบแขนทิ้งน้ำหนักลงบนไหล่เขา แจจุงหันมายิ้มให้ผมครู่หนึ่งก่อนตั้งหน้าตั้งตาฮัมเพลงต่อ เรากอดคอกันเดินต่อไป ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ในบริเวณห้องโถงของโรงภาพยนตร์กลางเมือง เป้าหมายของพวกเรารออยู่ที่นั่น จุนซู ยูชอน แล้วก็ชางมิน

 

"ทำไมต้องแอบไปกินข้าวกันก่อนด้วยวะ ปล่อยให้พวกฉันหิวรออยู่เนี่ย" เสียงของยูชอนดังทักขึ้นมาทันทีที่เราไปถึง

 

"หนังจะฉายแล้วด้วย ชักช้า" เสียงของจุนซูดังเสริมขึ้นเป็นคนที่สอง อ่ะนะ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

 

ผมหันไปมองชางมินเผื่อเขาจะพูดอะไรบ้าง เขาทำเพียงยิ้มเรียบๆ สองคนนั้นคงพูดแทนไปหมดแล้ว

 

ชางมินเป็นเพื่อนกับแจจุงมาก่อนๆ ที่จะรู้จักพวกเรา ถึงจะเป็นคนพูดน้อย แต่เขาก็เข้ากับพวกเราได้ง่าย ดูท่าว่าจะชอบนิสัยพูดมากของไอ้คู่ตุนาหงันสองคนนั้นเอามากๆ เสียด้วย

 

ตอนแรกผมกลัวซะอีกว่าเขาจะโกรธ เพราะดูเหมือนผมจะแย่งเวลาของแจจุงมาจากเขา แต่ผมคงคิดมากเกินไปล่ะมั้ง สองคนนั้นก็ยังดูสนิทกันเหมือนเดิม

 

"ไปซื้อขนมก่อนนะ" ไอ้คู่ตัวเล็กนั้นกอดคอกันเดินแยกออกไปซื้อของ ส่วนแจจุงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ทิ้งผมกับชางมินไว้สองคน

 

ผมมองหน้าผู้ชายที่ตัวสูงไล่เลี่ยกันสักพัก เขากับผมคุยกันไม่ค่อยมาก พวกเราจึงได้แต่ยิ้มและมองหน้ากันเงียบๆ

.

.

.

พวกเราห้าคนพยายามหาเวลามาดูหนังให้พร้อมหน้ากันสักอาทิตย์ละครั้ง ตอนไปเรียนก็ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยมาก เห็นจะเป็นวันหยุดแบบนี้นี่แหละ ที่พอจะได้เจอกันให้หายคิดถึง

 

หนังที่เราดูวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักเต้น เธอต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายทั้งปัญหาส่วนตัวและปัญหาในกลุ่ม ไม่ใช่เพราะนางเอกสวยพวกเราถึงมาดูหรอกนะ แต่เป็นเพราะพวกเราก็ชอบการเต้นมากต่างหาก

 

ผมชำเลืองมองไปทางซ้าย เห็นชางมินที่นั่งอยู่ริมสุดกำลังจัดการอะไรบางอย่างกับมือถือ ถัดมาเป็นจุนซูกับยูชอนที่กำลังแย่งถุงป็อบคอร์นกันอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนแจจุงกำลังนั่งเงียบๆ อยู่ข้างผม ช่วงแรกๆ ผมมักจะได้ที่นั่งตรงกลาง แต่พอนานเข้า ก็เลื่อนออกมานั่งริมขวาสุดอย่างที่เห็น

 

ผมมองแจจุงแว่บหนึ่ง เขาตั้งใจจ้องหนังตัวอย่างตาเขม็ง จู่ๆ ผมก็นึกอยากจะแกล้งขึ้นมา เลยเอื้อมมือไปขยี้ผมจนเขาต้องหันมาฟาดเบาๆ ที่บ่าเข้าให้เสียทีหนึ่ง แต่คุณเชื่อมั้ยว่าแค่นี้ก็ทำให้ผมยิ้มได้อย่างบอกไม่ถูก

 

ไม่แน่ใจหรอกว่าที่ทำไปเมื่อครู่ ผมทำเพียงเพื่อให้เขาหันมาสนใจผมบ้างเท่านั้นหรือเปล่า แต่เห็นทีผมคงต้องแกล้งเขาบ่อยๆ แล้วล่ะ

 

หนังดำเนินไปเรื่อยๆ แน่นอนไม่มีใครหลับ ถึงจะมีบ้างบางเรื่องที่จุนซูแอบงีบ แต่ก็เห็นยูชอนใช้วิธีปลุกที่ทำให้เขาหลับต่อไม่ลงเสียทุกครั้ง หากแต่วันนี้หนังน่าดูจนพวกเราแทบไม่กระดิกตัว ผมเห็นแจจุงเอื้อมมือมาแตะแก้วน้ำ แต่ก็ค้างไว้อย่างนั้นไม่ยอมยกขึ้นดื่ม ด้วยความหวังดี ผมเลยหยิบแก้วขึ้นมาแล้วยื่นหลอดให้ เขามองด้วยสายตาขอบคุณแว่บหนึ่ง ก่อนดื่มน้ำจากหลอดที่ผมประเคนให้กับมือ ผมมองขำๆ เมื่อเขาทำปากเป็นสัญญาณสิ้นสุด ผมยกมันกลับมาดื่มต่อ ขณะวางลง มือของผมสัมผัสกับมือเขาที่วางอยู่บนเท้าแขน แต่พวกเราไม่สนใจที่จะชักกลับ และผมรู้สึกด้วยซ้ำว่าเราต่างขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิม..

 

 

 

 

 

To be continued...

 

 

ปล.ยังคงรอคอยคอมเม้นท์นะคะ

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 26 Mar 2008 13:02:48 by คิมแชยอน