Black Snow (part 1)
posted on 24 Jul 2008 17:41 by pandura in Fiction
Title: Black Snow
Author: pandura Rating: PG-13 (this part)
Genre: romance, slight angst
Pairings: YunJae/Yoosu
Warning: This is yaoi fiction. If you cannot accept it, please close this window.
Black Snow (part 1)
หนึ่งนาฬิกา 15 นาที
ภาพในกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามการควบคุมของวัตถุเล็กๆ ในมือเรียวสวยกำลังปรับเปลี่ยนรูปร่างไปทีละช่องอย่างไร้จุดสิ้นสุด ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้องไปยังแสงสว่างจากจอแอลซีดีไร้สุ้มเสียงตรงหน้า รอบกายมีเพียงความมืดสลัวที่ถูกรบกวนบรรยากาศแสนสงบด้วยแสงเรืองรองของจอโทรทัศน์ที่ถูกเปิดเป็นเพื่อนฆ่าเวลาเพื่อคลายเหงา
ยูชอนกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ กระทั่งการเคลื่อนกายของใครบางคนเบื้องหลังจะเรียกร้องความสนใจไปจากเขา
ดวงตาคมกริบเฝ้ามองแจจุงที่เดินอ้อมโซฟาด้านหลังขึ้นมานั่งบนตัก สองแขนเรียวบางโอบรอบลำคอเขา ยูชอนโอบเรียวแขนรั้งเอวของแจจุงตอบ สบสายตาคมที่กำลังจ้องตอบกลับมา
"ผมทำให้คุณตื่นเหรอ" ยูชอนกระซิบถามเมื่อแจจุงเคลียใบหน้าเข้ามาใกล้
"เปล่า"
"แล้วทำไมไม่นอน"
"ไม่มีใครให้กอด... นอนไม่หลับ"
"ฮ่ะๆๆ" ยูชอนหัวเราะสดใส กระชับเรียวแขนกอดอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น
แจจุงผละออกมาสบสายตาอย่างห่วงใย มือเล็กลูบไล้ใบหน้าเขาก่อนเอ่ยถาม
"คิดอะไรอยู่"
"ก็นิดหน่อย"
"เรื่องนั้นอีกแล้ว?"
ยูชอนยักไหล่ "ก็ไม่เชิง"
จากสัมผัสเบาๆ เมื่อครู่ แจจุงเพิ่มแรงมือรั้งเรียวหน้าเขาแน่นขึ้น
"ผิดสัญญานี่ ไหนบอกจะไม่คิดอีก"
"เปล่าน้า" เสียงยูชอนชักเริ่มอู้อี้
"เมื่อไหร่จะลืมซักที หื้ม"
"... "
"ไม่ได้รักไม่ใช่เหรอ ผู้หญิงคนนั้น"
"... "
"งั้นลองเริ่มจากการรักใครซักคนดูมั้ย" แจจุงเอ่ยแนะด้วยท่าทางกระตือรือร้น
"งั้นทำไมไม่ลองเสนอตัวเองล่ะ"
"... พูดแบบนี้อีกแล้ว"
"ก็ทีคุณยังพูดได้เลย ตัวเองยังไม่คิดจะรักใครแล้วกล้าดียังไงมาบอกให้คนอื่นมีความรัก...ห๊ะ"
"ก็เพราะผมชอบคุณจริงๆ น่ะสิ"
"ถ้าชอบก็คบกันเลยไม่ดีกว่าเหรอ"
แจจุงดูเงียบไปนิดหลังอีกฝ่ายพูดประโยคนั้น เขาโน้มศีรษะลงไปซบที่ไหล่กว้างอีก
"ผมไม่ดีพอสำหรับคุณ"
"พูดแบบนี้อีกแล้ว"
"คนดีๆ อย่างยูชอนน่ะ ซักวันต้องได้เจอคนที่เหมาะสมกันแน่ๆ"
ยูชอนไม่ได้เอ่ยต่อ เขาลูบศีรษะแจจุงเบาๆ ก่อนร่างบางในอ้อมกอดจะเอ่ยบางอย่าง
"คุณต้องมีความสุขให้ได้นะ"
แจจุงผละออกเพื่อมองหน้า ทั้งคู่สบสายตาอย่างมีความหมาย
"สัญญาสิ"
ยูชอนยิ้มบาง สำหรับเขา แจจุงเปรียบเหมือนบางสิ่งที่คอยหล่อเลี้ยงจิตใจให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เขาบอกไม่ได้ว่ามีความสุขเพียงไดทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้คนๆ นี้ แจจุงทำให้เขาพร้อมจะลืมเรื่องในอดีตและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะคบกันในฐานะไหน สำหรับเขาแล้วแจจุงมีค่ามากกว่าที่ใครๆ คิด
"ก็ได้... ผมสัญญา"
.
.
.
.
.
"อย่าไปเลยนะจุนซู"
เสียงที่ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้ชายหนุ่มต้องชะงักฝีเท้ากระทันหัน ละมือจากกระเป๋าใบใหญ่ข้างกาย เขาหันกลับไปมองภาพเบื้องหลังช้าๆ ใบหน้าเรียวที่มีร่องรอยของความกังวลยังคงปรากฏรอยยิ้มส่งให้พี่ชายเหมือนเช่นเคย
"อยู่ด้วยกันที่นี่เถอะนะ"
"ผมตัดสินใจแล้วฮะพี่จุนโฮ"
ชายหนุ่มอายุมากกว่าสบตาเขาอย่างรู้สึกผิด จุนโฮค่อยๆ ก้าวลงบันไดตรงมาอย่างช้าๆ เขาแตะมือลงบนต้นแขนจุนซูเบาๆ
"นายไม่เห็นด้วยงั้นสินะ"
น้ำเสียงของผู้เป็นพี่ดังผะแผ่วจนเขาต้องรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ถ้าผมไม่ชอบผมคงออกจากบ้านไปตั้งแต่วันแรกที่พี่ยูริเข้ามาอยู่ที่บ้านนี้แล้ว"
"แล้วทำไมตอนนี้ถึงต้องไป"
จุนซูเงียบไม่ยอมตอบ เขารู้ดีว่าเหตุผลทั้งหมดคืออะไร เหตุผลที่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้
"ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่อยากไปอยู่เป็นเพื่อนยุนโฮเท่านั้นเอง อยู่ด้วยกันจะได้ช่วยๆ กันเรียนให้จบๆ ไงฮะ"
จุนโฮมองหน้าน้องชายอย่างไม่ปักใจเชื่อ แต่เขาคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ คนอย่างจุนซู หากลองได้ตัดสินใจแล้ว ไม่มีอะไรมาขวางทางได้
"จุนซู... "
"ผมไปนะฮะ แล้วเจอกัน"
แผ่นหลังเล็กๆ ค่อยๆ ผ่านพ้นออกไปจากประตูรั้วสีขาว ทิ้งผู้เป็นพี่ชายเอาไว้เบื้องหลัง
ชายหนุ่มหันหลังกลับเข้าบ้าน กวาดสายตามองรอบบ้านที่เคยอยู่อย่างมีความสุขกับน้องชาย จุนซูจากไปแล้ว เหลือไว้เพียงตัวเขาและใครในบ้านอีกหนึ่งคน
หญิงสาวที่ริมหน้าต่างชั้น 2 กำลังมองลงมาที่เขาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าหมอง เขายิ้มให้หล่อนบางๆ
... เหตุใดความสุขของพวกเขาจึงทำร้ายคนรอบข้างได้มากมายถึงเพียงนี้
.
.
.
.
"ไง... มาแล้วเหรอ" ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในห้องกล่าวทักทายเขาขณะออกมาเปิดประตูต้อนรับ
"อืม รบกวนด้วยนะเพื่อน"
"เฮ้ย รบกงรบกวนอะไรกัน เรื่องแค่นี้" ยุนโฮยิ้มให้เขาพร้อมหยิบกระเป๋าหนึ่งใบไปช่วยถือ "เดี๋ยวนายนอนห้องนั้นนะ" เขาชี้ไปยังห้องที่อยู่ถัดจากห้องรับแขก "ฉันจัดไว้ให้แล้ว"
"ขอบใจว่ะเพื่อน"
"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิวะ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน จริงมั้ย"
จุนซูยิ้มให้เจ้าของห้องอย่างซาบซึ้ง ไม่ว่าปัญหาของเขาจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน เพื่อนที่ชื่อยุนโฮคนนี้ก็มักจะช่วยเหลือเขาได้ทุกครั้ง
"เอาของไปเก็บเหอะ เดี๋ยวพาไปหาข้าวกิน ฉันเลี้ยงต้อนรับนายเอง โอเค๊"
"จะดีเหรอ"
"จะว่าไปก็ไม่ดีหรอกนะ งั้นอย่าดีกว่า"
"อ้าวเฮ้ยไอ้นี่ พูดแล้วอย่ากลับคำสิวะ"
"ล้อเล่นๆ เออ เลี้ยงก็เลี้ยง แต่นายต้องสัญญากับฉันอย่างหนึ่ง"
"สัญญาอะไร"
"ห้ามขอบคุณฉันเรื่องนี้อีก"
"เอางั้นเลยเหรอ"
"เออน่ะ สัญญาสิ"
"เออๆ ก็ได้ แล้วห้ามมาทวงบุญคุณทีหลังนะเว้ย"
"ไม่มีอ่ะ คนอย่างชายชอง ไม่มีคำว่าทวงบุญคุณ"
"โหย เชื่อแล้วก็ได้ ไอ้คุณชายตกยาก"
"เชื่อแล้วก็เอาของไปเก็บซะทีสิ จะยืนให้รากงอกอยู่ตรงนี้ทำไมห๊ะ"
"เออ ไปก็ได้ เร่งจริง ไม่รู้จะรีบอะไรนักหนา"
ผู้ร่วมอาศัยคนใหม่บ่นอุบอิบขณะขนสัมภาระเข้าไปเก็บในห้องนอนที่ 2 ของอพาร์ทเมนต์ขนาดกระทัดรัดที่เพื่อนของเขาคนนี้ได้รับเป็นของขวัญจากผู้เป็นพ่อแม่ สำหรับความพยายามจนสามารถสอบติดคณะแพทย์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังได้อย่างที่หวัง
ยุนโฮมองเพื่อนตัวเล็กที่กึ่งลากกึ่งยกกระเป๋าใบเขื่องเข้าห้องไป ชีวิตนักศึกษาแพทย์อันแสนทรหดที่แม้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เขาก็มีเพื่อนคนนี้คอยร่วมฟันฝ่าตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียนด้วยกันมากว่า 4 ปี
จุนซูกับเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถม แต่หลังจากแยกย้ายกันไปช่วงมัธยมโชคชะตาก็นำพาให้กลับมาเจอกันอีกในรูปแบบที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่คาดคิดว่าเพื่อนรักในวัยเด็กจะต่างก็สานต่อทำตามความฝันของตน
"ฉันอยากเป็นหมอล่ะยุนโฮ"
"จริงเหรอ ฉันก็อยากเป็นหมอเหมือนกัน"
"ทำไมต้องเลียนแบบฉันด้วย"
"ฉันไม่ได้เลียนแบบนายซักหน่อย ฉันก็อยากรักษาคนอื่นเหมือนกันนะ"
"แล้วนายอยากรักษาใครล่ะ"
"ฉันเหรอ... ก็ทุกคนที่ป่วยน่ะแหละ"
"งั้นเหรอ..."
"แล้วนายล่ะ... พี่จุนโฮเหรอ"
"พี่จุนโฮไม่ได้ป่วยซะหน่อย ฉันอยากรักษาพี่ชายคนหนึ่งที่เจอที่โรงพยาบาลต่างหาก"
"เค้าป่วยเป็นอะไรล่ะ"
"ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นหมอ ฉันจะทำให้เค้าเลิกทำหน้าเศร้าแบบนั้นให้ได้เลยคอยดู"
"กว่านายจะได้เป็น ตอนนั้นเค้าอาจจะตายไปแล้วก็ได้มั้ง"
"ปากเสีย เค้าไม่ได้แก่ขนาดนั้นซักหน่อย"
"แล้วนายจะเจอเค้าอีกได้ยังไง"
"ฉันถามชื่อเค้ามาแล้ว"
"เค้าชื่ออะไรล่ะ"
"... "
"เอ้า... ถามก็ไม่ยอมตอบ"
"แม้แต่ยุนโฮก็ให้รู้ไม่ได้หรอก ถ้าเราเป็นหมอด้วยกัน ห้ามมาแย่งฉันรักษาเค้าด้วย รู้ป่าว"
"หมอมีกั๊กคนไข้กันด้วยเหรอ"
"มีปัญหารึไง"
"โอ๊ย ไม่คุยกับจุนซูแล้ว ติงต๊องชะมัด"
"นายว่าใครติงต๊องห๊า... @$%#!@#%$^&"
..
.
.
"ฮ่ะๆๆๆ"
จุนซูต้องหยุดชะงักมองเพื่อนทันทีที่ก้าวออกมาจากห้อง เพราะจู่ๆ ยุนโฮก็หัวเราะดังลั่นขึ้นมา
"ขำอะไรวะ"
"เปล่าๆ ไปเหอะ ฮ่าๆๆ"
"ไอ้นี่ท่าจะบ้า"
.
.
.
.
"ฉันเจอเค้าแล้วล่ะ"
"เจอที่ไหน"
"โฮสต์คลับ"
เคร้ง!!
เสียงช้อนส้อมหลุดหล่นจากมือตกกระทบพาชนะดังก้องไปทั่วร้านอาหารสไตล์ฟาสต์ฟู้ดขนาดย่อม ชายหนุ่มร่างเล็กตะลึงมองเพื่อนหน้าหล่อฝั่งตรงข้ามที่กำลังหั่นพิซซ่าเข้าปากอย่างสบายอกสบายใจราวกับหัวข้อบทสนทนาที่พูดคุยเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ
"งั้นเค้าก็เป็น... "
"ใช่... เค้าเป็นโฮสต์"
ยุนโฮกล่าวออกมาหน้าตาเฉย ทิ้งให้จุนซูต้องอ้าปากค้างอีกรอบ
"เฮ้อ... งั้นนายก็ตัดใจซะเถอะ"
"ฉันไม่แคร์หรอกรู้มั้ย"
"หา... "
"เค้าจะเป็นอะไรก็ช่าง ฉันจะชอบของฉันซะอย่าง" เพื่อนร่างสูงยักคิ้วให้ก่อนหั่นพิซซ่าอีกชิ้นเข้าปาก
"ล้อเล่นน่า" จุนซูมองเพื่อนอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู "อย่าบอกนะว่า... "
"ฉันจะจีบเค้า"
"ยุนโฮ... "
"ไม่ต้องมาห้ามหรอก ตำนานรักของชายชอง มันมีอะไรมากกว่าที่นายคิดนะเว้ย"
"ก็แล้วมันมีอะไรล่ะ บอกฉันมาสิ ฉันจะได้ช่วยซาบบบ... ซึ้ง" จงใจเน้นหนักแทนการประชดประชันย่อยๆ
"เรื่องมันยาวว่ะ ไว้ว่างๆ จะเล่าให้ฟัง"
"เฮ้อ... นี่มันเวรกรรมอะไรของนายวะ"
"เค้าไม่เรียกเวรกรรมหรอกเพื่อน เค้าเรียกว่าพรหมลิขิตต่างหาก"
ใช่แล้ว เค้าเรียกว่าพรหมลิขิต และเป็นพรหมลิขิตที่หนักหนาเอาการเสียด้วย
"โชคดีละกันเว้ยเฮ้ย"
"ออบไอ" ยุนโฮรีบกลืนอาหารก่อนกล่าวอีกครั้ง "ขอบใจ"
ดูท่าว่าโชคชะตาของชายชอง จะตกอยู่ในกำมือของโฮสต์คนสวยซะแล้ว
To be continued...
เรื่องราวชวนให้ติดตาม
ฝากตัวเป็นแฟนฟิคด้วยนะค่ะ
#1 By Kimchi (124.120.81.161) on 2008-07-24 20:51