2 of us [Love in the Ice special]
posted on 23 Jun 2008 18:38 by pandura in Fiction
2 of us
[Love in the Ice special]
6... 12... 20... 24....
ผมมองตัวเลขดิจิตอลบอกระดับชั้นระหว่างที่ลิฟต์วิ่งขึ้น ขณะมือข้างหนึ่งถูกถ่วงไว้ด้วยน้ำหนักจากถุงผ้าบรรจุขวดนม 4- 5 ขวดที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อด้านล่าง
แจจุงคงกำลังหิว เขาแทบไม่แตะอะไรเลยระหว่างมื้อเย็นที่บ้านพ่อแม่ผม
2 เดือนกว่าแล้วที่เราย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ แจจุงเป็นคนซื้อคอนโดแห่งนี้ด้วยเงินของเขาทั้งหมด เขาไม่ยอมให้ผมช่วยออกเงินด้วยเลยสักวอน โดยให้เหตุผลแค่ว่า ถ้าเราเลิกกันเขาจะได้เฉดหัวผมออกไปโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก -_-"
แจจุงเป็นเจ้าของร้านอาหารที่เช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าของผม (อะแฮ่ม คุณบางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่ห้างนั้นมันตกเป็นของผมแล้วจริงๆ) เราออกจากบ้านพร้อมกันทุกวัน กลับบ้านพร้อมกัน(เกือบ)ทุกวัน แล้วก็ทำอะไรๆ ด้วยกันทุกวัน ช่างให้ความรู้สึกเหมือนคู่ที่เพิ่งแต่งงานใหม่
ผมมีความสุขมากจริงๆ
ภาพแรกที่เห็นทุกครั้งที่เปิดประตูเข้าบ้าน แจจุงที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรดจะต้องหันมายิ้มต้อนรับผม ทักทายนิดหน่อย ก่อนหันกลับไปสนใจภาพในจอทีวีต่อ เขาก็เป็นแบบนี้ แต่ภาพเหล่านั้นกลับทำให้ผมมีความสุขยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
แต่วันนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ไหล่บางๆ ที่โผล่พ้นขอบโซฟาตัวยาวขึ้นมาดูนิ่งเหลือเกิน เขาไม่แม้แต่จะสนใจหันมายิ้มให้ผม ทั้งๆ ที่โทรทัศน์ก็ไม่ได้เปิด
"กลับมาแล้ว" ผมลองเอ่ยขึ้นมาสักครั้ง เผื่อว่าเมื่อครู่เขาจะยังไม่ทันได้รับรู้ว่าผมกลับมาแล้ว
"แจจุง" ผมเดินใกล้เข้าไปอีก วางถุงบรรจุขวดนมไว้บนพื้น สัมผัสมือลงบนไหล่ทั้งสองของเขาเบาๆ แรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ทำให้ผมแทบชาไปทั่วร่าง เป็นร่างเขาที่สั่นหรือมือผมสั่นกันแน่
"แจจุง" ผมพลิกร่างเขาให้มาเผชิญหน้า
"นี่คุณร้องไห้เหรอ" เขาไม่มองหน้า สายตาว่างเปล่าดูล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง
"เราเลิกกันเถอะ"
แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบา แต่มันก็หนักแน่นพอที่จะทำให้หัวใจของผมแทบสลาย ผมมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเอ่ย... ไม่มีวัน แจจุงจะต้องไม่พูดแบบนี้กับผมเด็ดขาด
"พูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่า"
"เราเลิกกันเถอะ" ครั้งนี้เขาสบสายตาผมนิ่ง เป็นผมเองด้วยซ้ำที่ต้องเบือนหน้าหนี
"เพราะอะไรแจจุง... เพราะพ่อกับแม่ผมใช่มั้ย"
ใช่... มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้นแหละ ที่จะทำให้คนที่บอกว่ารักผมสุดหัวใจอย่างเขาหวั่นไหวได้
ผมเข้าใจความรู้สึกของเขาทุกอย่าง เกือบหนึ่งชั่วโมงที่ทนนั่งให้พ่อกับแม่ของผมพูดจากระแนะกระแหน ... เกือบหนึ่งชั่วโมงที่เขาต้องทนฝืนยิ้มทั้งที่หัวใจกำลังร้องไห้
เขาก็ยังเป็นแจจุงที่น่ารักแสนดีเสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์ตรงหน้าเขาจะดีหรือร้ายกับเขาก็ตาม
หากแต่ไม่ใช่ตอนนี้ ไม่ใช่แจจุงคนเดียวกับที่กำลังถอยหนีจากอ้อมกอดของผม
"ปล่อย ยุนโฮ"
"ไม่มีทาง"
ผมก็ทำได้แค่พูดซ้ำๆ ซากๆ
... ไม่เอา ... ไม่มีวัน ... ไม่มีทาง
แต่ก็ไม่เคยทำอะไรให้เขามั่นใจได้สักที
"ไหนบอกว่ารักผม ไหนบอกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะอยู่ข้างผมไง"
ก็เป็นผมอีกนั่นแหละที่ทวงถามคำสัญญาจากเขา ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่เคยทำอะไรได้เลยสักอย่าง
ผมกอดเขาแน่นขึ้น และดูเหมือนเขาจะเลิกขัดขืนแล้ว ผมค่อยผละกายออกเพื่อสบสายตาที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตาของเขา เขาหยุดร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ยิ้มให้ผม
.
.
.
.
แน่นอน เราไม่ได้เลิกกัน ตั้งแต่วันนั้นเรายังออกจากบ้านพร้อมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน แต่เขายิ้มให้ผมน้อยลงทุกที
4 ทุ่มครึ่ง เป็นอีกครั้งที่ผมกลับถึงบ้านขณะที่แจจุงหลับไปแล้ว กว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาขอกลับบ้านเองโดยไม่อยู่รอผม ไม่อยู่รอเวลาร้านปิด และไม่อยู่รอที่จะพบหน้าผมก่อนเข้านอน
ผมคลายเน็คไทให้หลวมขณะก้าวเบาๆ ไปที่เตียง ทิ้งน้ำหนักลงแผ่วเบาข้างกายเขาที่กำลังหลับใหล ผมลูบไล้ศีรษะเขาไปมาก่อนประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากและข้างแก้ม ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขายังคงหลับสนิท
ก่อนหยัดกายลุกขึ้น สายตาสังเกตเห็นบางอย่าง ภาชนะทรงกระบอกเล็กๆ ที่ซ่อนไว้อย่างหมิ่นเหม่ใต้หมอน ผมหยิบขึ้นมาดู แต่ภายใต้แสงสว่างที่จำกัด ผมจึงต้องนำมันออกมาด้านนอก
‘ยานอนหลับ'
แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น แต่ผมก็รู้แล้วว่าทำไม
ผมนึกอยากจะขว้างกระปุกใส่ยานั้นทิ้ง ทำไมแจจุงกล้าทำแบบนี้กับผม เขาอยากไปจากผมขนาดนี้เชียวหรือ
.
.
.
เช้าวันถัดมา ผมแทบไม่ได้นอนทั้งคืน กลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วแจจุงจะหายไปอีก
เขาเดินติดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกมาจากห้อง จ้องมองใบหน้าอิดโรยของผม แววตาของเขาดูตื่นตะหนกเล็กน้อย ตามมาด้วยท่าทางห่วงใยที่ดูเหมือนจะถูกบังคับให้พับเก็บเอาไว้กว่าครึ่ง
"เป็นอะไรรึเปล่ายุนโฮ"
ผมรู้สึกเหมือนกับไม่ได้ยินน้ำเสียงของเขาแบบนี้มาหลายวัน ดวงตาผมจับจ้องใบหน้าเขาไม่ห่างไปไหนให้สมกับที่ไม่ได้มองเขาใกล้ๆ แบบนี้มาเป็นอาทิตย์ มือเรียวเล็กข้างที่ไม่สวมแหวนแตะสัมผัสหน้าผากผมเบาๆ สัมผัสอบอุ่นจากเขาที่ผมโหยหาเหลือเกิน
"แจจุง" ผมดึงร่างเขามากอดเอาไว้ สูดกลิ่นอายทั้งหมดทั้งมวลที่ผมคิดถึง
"ยุนโฮ.. อย่า" ผมไม่ได้คิดไปเอง แต่ผมว่าเขาเองก็กำลังต่อสู้กับเสียงในหัวใจไม่ให้กอดผมตอบ
"กอดผมสิ ผมคิดถึงคุณ" หยาดน้ำตาอุ่นๆ สัมผัสข้างแก้มผมเป็นสิ่งแรก ก่อนเรียวแขนทั้งสองจะโอบกอดตามคำร้องขอของผมแนบแน่น
"ผมก็คิดถึงคุณ" เสียงสั่นเครือของเขากระซิบที่ข้างหู ฟังดูอาจแปลก ทั้งที่เราอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่กลับต้องรู้สึกคิดถึงกันเหมือนไม่ได้พบหน้า
"ทำไมต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้" ผมหมายถึงกระปุกยานอนหลับในมือ
เขาไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้
"ไม่อยากเห็นหน้าผมขนาดนั้นเลยเหรอ"
เขาส่ายหน้าช้าๆ ผมใช้นิ้วเกลี่ยหยาดน้ำตาให้เขา
"ไม่รักผมแล้วเหรอ"
เขาส่ายหน้าอีกครั้ง แล้วโถมเข้ามากอดผมเอาไว้
"ผมแค่ไม่อยากให้คุณมีปัญหากับที่บ้าน"
"ไม่เอาน่า"
"ผมมันน่ารังเกียจ"
"น่ารังเกียจตรงไหน"
"เพราะผมเป็นผู้ชาย"
"งั้นนึกเหรอว่าถ้าคุณเป็นผู้หญิง แล้วแม่ผมจะยอมรับคุณง่ายๆ น่ะ"
เขาทำหน้าเหวอๆ ก่อนที่ผมจะช่วยไขความกระจ่าง
"ถ้าไม่ใช่คนที่ท่านเลือก ยังไงท่านก็ไม่ยอมรับอยู่ดี"
"ฟังแล้วไม่เห็นจะรู้สึกดีขึ้นมาเลย" เขายังมองหน้าผมด้วยสีหน้าแบบเดียวกับเมื่อครู่ ผมลูบศีรษะเขาเบาๆ ก่อนเลื่อนมือมาประกบแก้มเขาทั้งสองข้าง
"ไหนบอกว่ารักผมนักหนา ไหนบอกว่าจะอยู่ด้วยกัน"
รอยยิ้มบางๆ เริ่มสื่อออกมาจากเขา ดูเหมือนแจจุงจะกำลังสนุกกับการถูกผมโยกศีรษะไปมาเล่น ผมมองหน้าคนรักที่กำลังหัวเราะแล้วก็อดหัวเราะตามไม่ได้ จนกระทั่งผมหยุดการกระทำนั้นลง เขาจึงได้มองหน้าผมนิ่ง
"เชื่อใจผมนะแจจุง ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องร้องไห้อีก เลิกผลักไสผมซะที แล้วมามีความสุขด้วยกันเถอะนะ"
"แต่ว่าผมทำให้คุณต้องทะเลาะกับที่บ้าน"
"ไม่ได้ทะเลาะซักหน่อย เมื่อเช้ายังโทรคุยกับแม่เรื่องหมาที่บ้านอยู่เลย"
ผมมองหน้าเขาที่ดูจะมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น
"พิสูจน์สิ ให้พวกท่านเห็นว่าเรารักกันและมีความสุขกันมากขนาดไหน"
"แล้วสักวันจะไม่มีใครกล้าแยกเราจากกันอีก"
"ผมรักคุณนะ"
เราจบบทสนทนาเช้านั้นด้วยอ้อมกอดแนบแน่นและเนิ่นนาน ราวกับคู่รักที่ไม่ได้พบกันเป็นปีๆ ผมบอกรักเขาไม่รู้กี่ครั้ง แม้มันจะไม่ทำให้เขามั่นใจในตัวผมขึ้นมาได้ในทันที แต่ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ความรักของผมนี่แหละที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์
The End.
แต่ลงเท่าที่เราแต่งไว้จะกลายเป็นฟิคเรื่องใหม่ได้ทันที 555
ชอบไม่ชอบยังไง ขอคอมเม้นด้วยนะค้า
#1 By คิมแชยอน on 2008-06-23 18:43