adoralula (part 3)

posted on 07 May 2008 17:27 by pandura  in adoralula

 

 

 

  

adoralula

ตอนที่ 3 "ดวงดาว"

 

 

 

 

 

 

"หาอะไรอยู่"

"อะดอราลูล่า"

"อะไรนะ"

"อะดอราลูล่า"

"ดาวบ้าอะไรของนายน่ะ เกิดมาไม่เคยได้ยิน"

"ก็ดาวที่เวลาเราแพลนกล้องไปบนฟ้า แพลนไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็หยุดลงที่ดาวดวงนั้นน่ะสิ"

"แล้วทำไมเราต้องหยุดที่ดาวดวงนั้นด้วยล่ะ"

"ก็เพราะเรารู้สึกว่ามันพิเศษไม่เหมือนดาวดวงอื่นล่ะมั้ง"

"ฉันว่าดวงดาวมันก็หน้าตาเหมือนกันหมดน่ะแหละ"

"ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลยนายนี่"

"ก็ใครมันจะไปมีอารมณ์ศิลปินเหมือนนายล่ะ เล่นเปียโนก็เก่ง ร้องเพลงก็เพราะ แถมยังจินตนาการกว้างไกล หรือเรียกง่ายๆ ว่าฝันเฟื่อง"

"ถ้าจะมานั่งแขวะกันล่ะก็ เข้าไปนอนดีกว่าไป"

"ไม่เอา ฉันจะนั่งกับนายตรงนี้แหละ"

ดวงตาคู่สวยละจากหมีฝีปากกล้าตัวใหญ่แล้วหันไปจดจ่อกับการขยับกล้องดูดาวต่อ เขาแพลนกล้องไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดลง

ภาพจากเลนส์ที่เห็นคือใบหน้าของคนข้างๆ ที่กำลังนั่งสัปหงก

... นี่สินะ อะดอราลูล่าของเขา

พิเศษ... ไม่เหมือนคนอื่น

.

.

.

.

.

.

 

 

เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจตามปกติของบรรยากาศในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดยังคงดังระเรื่อยอยู่ใกล้หู ปาร์ตี้ดูหนังวันอาทิตย์ที่เคยมีสมาชิกเพียง 5 คน วันนี้กลับมีสมาชิกหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง

 

แจจุงนั่งมองน้ำอัดลมในแก้วทรงสูงที่พร่องลงไปเพียงไม่ถึงครึ่ง ดวงตาที่เคยเป็นประกายร่าเริงสดใสกำลังเหม่อมองก้อนน้ำแข็งภายในแก้วอย่างเลื่อนลอย

 

ชางมินที่นั่งถัดจากเขากำลังแลกสายตากับจุนซูและยูชอนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันเหรอหราภายใต้บรรยากาศชวนอึดอัดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณของโต๊ะนี้

 

รุ่นน้องสาวสวยที่ยูชอนกับจุนซูต่างก็คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี กำลังแทรกตัวแย่งพื้นที่นั่งของเก้าอี้อยู่กับยุนโฮบนม้านั่งเดี่ยวบริเวณหัวโต๊ะ

 

"ทำไมมองหน้ากันแปลกๆ วะ พวกนายก็รู้จักลีน่าไม่ใช่รึไง" ยุนโฮหันไปหาจุนซูก่อนจะหันมองยูชอนที่กำลังนั่งทำหน้าเหมือนอาหารเป็นพิษ และเอาแต่มองคนนู้นทีคนนี้ทีไม่รู้จักหยุดหย่อน

 

"ก็รู้ แต่มาแบบนี้มันเกินความคาดหมายไปหน่อย" จุนซูถอนใจตอบ

 

"แล้วไปนัดเจอกันได้ยังไง" ยูชอนเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง สีหน้าเขาดูแบ่งรับแบ่งสู้ ยังไม่พร้อมทำใจกับภาพที่เห็น

 

ยุนโฮจ้องมองเพื่อนทั้งสามอย่างมีความหมาย ก่อนจะปรายตามองไปยังแจจุงที่เอาแต่นั่งเงียบ"ลองถามแจจุงอยู่สิ" เขาเอ่ยออกมาในที่สุด

 

คนถูกพาดพิงถึงรีบลุกพรวดจากเก้าอี้ ชางมิน ยูชอน และจุนซูหันขวับมองตามแทบไม่ทัน

 

"ฉันกลับก่อนละกันนะ"

"เฮ้ย" เพื่อนทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย หากยังไม่ทันได้ละสายตาจากฝ่ายนั้น ยุนโฮก็ลุกตามออกไปแทบจะในทันที จังหวะนี้เองที่ ‘ลีน่า' เจ้าของตำแหน่ง ‘สาวที่ยุนโฮคบอยู่ตอนนี้' ได้โอกาสทิ้งตัวลงนั่งเต็มพื้นที่ว่าง หลังจากลงทุนนั่งเบียดยุนโฮกว่าครึ่งชั่วโมง

 

สองคนนั้นเดินออกไปแล้ว สายตาทั้งสามคู่จึงหันมาจับจ้องที่เจ้าหล่อน ดูเหมือนเธอจะเป็นเพียงคนเดียวในตอนนี้ที่ให้คำตอบเรื่องนี้แก่พวกเขาได้

.

.

.

หลังผลุนผลันออกมาจากร้านอาหาร สองขาก็รีบก้าวยาวแหวกกลุ่มผู้คนไปตามทางเดินเบื้องหน้าทั้งที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าควรจะเดินไปทิศทางไหน เขาไม่หลังกลับ และไม่หวังให้ใครเดินตามออกมา

... ไม่ได้หวังเลยสักนิด

แจจุงยังตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อ กวาดสายตามองซ้ายขวา พยายามนึกถึงจุดหมาย ก่อนเรียวแขนที่แกว่งไกวข้างลำตัวจะถูกใครสักคนเอื้อมมือมาเหนี่ยวรั้ง

 

อยู่ดีๆ ขอบตาก็ร้อนผ่าวทันทีที่หันมาสบตากับคนที่เกาะกุมข้อมือของเขาไว้ ดวงตาคมของยุนโฮจดจ้องมา และตอนนี้ฝ่ายนั้นกำลังกึ่งจูงกึ่งลากเขาตรงออกไปยังส่วนของลานจอด

พละกำลังที่มีน้อยกว่า ทำให้แจจุงไม่แม้แต่จะคิดถึงคำว่าขัดขืน แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เห็นยุนโฮใช้กำลัง

 

"นายติดคำขอโทษฉันอยู่นะ" ยุนโฮเอ่ยขึ้นทันทีที่พวกเขาได้อยู่กันตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงัดบริเวณลานจอดรถชั้น 7 ของห้าง

 

แจจุงมองอีกฝ่ายอย่างตัดพ้อ เขาน่ะเหรอที่ต้องขอโทษ ยุนโฮต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องเอ่ยขอบคุณ

ดวงตาคู่สวยจ้องมองฝ่ายนั้นที่ยังกล่าวต่อ ริมฝีปากได้รูปพร่ำเอ่ยระบายความอัดอั้น

 

"เคยสนใจความรู้สึกฉันบ้างรึเปล่า ทั้งที่ดีใจที่จะได้เจอนาย แต่กลับกลายเป็นลีน่าที่โผล่มา" ถึงตรงนี้ยุนโฮหลุบสายตาลงต่ำ ปล่อยข้อมือเล็กของฝ่ายตรงข้าม "ฉันได้แต่หวังว่านายจะแค่มาสาย ได้แต่หวังว่านายจะแค่แต่งตัวช้า แต่ที่สุดแล้วนายก็ยังไม่มาอยู่ดี"

 

แจจุงมองประกายสั่นไหวในแววตาของอีกฝ่าย ... ใช่ ทำไมเขาจะไม่รู้ เมื่อวานยุนโฮยังคงรอเขา แม้ข้างกายจะมีลีน่า แต่คนๆ นี้ก็ยังคงรอ เขาเห็นเรื่องราวทั้งหมด เห็นแม้กระทั่งสีหน้าที่บ่งบอกถึงความแปลกใจระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายแสดงออกมาอย่างไม่ปกปิด ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อวานราวกับจะฝังลึกเข้าไปในจิตใจ

 

แจจุงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ ยุนโฮตอนนี้ดูไม่เหมือนคนที่ตั้งใจลากเขามาเพื่อต่อว่า ยุนโฮตอนนี้ช่างดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ยุนโฮตอนนี้ดูเหมือนกำลังจะร้องไห้

 

"นายทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ... คิดจะเอาไปยัดเยียดให้ใครก็ได้" เสียงแหบทุ้มเอื้อนเอ่ยอย่างไร้น้ำหนัก เขาเกลียดตัวเองที่เป็นอย่างนี้ ไม่อยากให้แจจุงเห็นเขาในสภาพอ่อนแอแบบนี้อีกต่อไปแล้ว

 

ชายหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติก่อนเอ่ยคำพูดสุดท้าย

"ช่างเถอะ ฉันมันก็แค่เพื่อนคนหนึ่ง ... เพื่อนที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร" ร่างสูงโปร่งขยับกายเตรียมเดินจาก แต่ท่อนแขนเรียวเล็กของใครบางคนก็เอื้อมมารั้งเขาเอาไว้

 

"ไม่นะ ไม่ใช่แบบนั้น ก็เพราะนายสำคัญไง ฉันถึงได้มานั่งห่วงนายอยู่นี่"

"ห่วงแบบไหนของนาย ห่วงด้วยการหาแฟนให้ฉันแบบนี้น่ะเหรอ" สายตาของยุนโฮบ่งบอกถึงการตำหนิ ทำไมคนๆ นี้ถึงได้ไม่รู้อะไรเอาซะเลย

 

"ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นซักหน่อย ลีน่ามาขอให้ช่วย แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง"

"ก็ปฏิเสธไปสิ"

"ยุนโฮ" น้ำเสียงแจจุงเริ่มฟังดูอ่อนล้า "จะให้ฉันพูดแบบนั้นได้ยังไง ฉันไม่มีสิทธิ์พูดอะไรแทนนายได้หรอก"

"นายกับฉันก็เหมือนคนๆ เดียวกันน่ะแหละ"

คำพูดแผ่วเบาทว่าหนักแน่นเล่นเอาถึงกับเงียบไปทั้งสองฝ่าย แจจุงคลายมือจากท่อนแขนแกร่ง เขาพูดอะไรไม่ออก สิ่งต่างๆ ที่ตนไม่เคยแน่ใจ เป็นคำพูดของยุนโฮเมื่อกี้หรือเปล่าที่ไขข้อข้องใจต่างๆ

แต่สุดท้ายเขามันก็แค่คนขี้ขลาด

 

"ท่าทางลีน่าก็น่ารักดี ไม่งั้นนายคงไม่คบกับเธอหรอก จริงมั้ย" ฝืนยิ้มกับคำพูดสิ้นคิดที่หลุดออกมาได้ไงไม่รู้ คำพูดที่ถึงกับทำให้ยุนโฮอยากเอาหัวโขกผนัง

 

สีหน้าผิดหวังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของคนเบื้องหน้า ทำให้แจจุงรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขามองหน้ายุนโฮอย่างสำนึก แต่คำว่าขอโทษมันคงยังไม่ชัดเจนมากพอใต้ใบหน้านั้น

 

"นายมันไม่เคยเข้าใจอะไรเลย" พูดจบเจ้าของร่างสูงโปร่งก็หันหลังกลับ สองขาเรียวยาวค่อยๆ ก้าวห่างออกไปทีละน้อย ทอดทิ้งเขาให้จมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีอยู่เต็มหัวใจ

 

"ปี๊น..... " เสียงแตรรถลากยาวดังชัดเจนจากรถซีดานขนาดกระทัดรัดที่โผล่ขึ้นมาทางด้านหลัง แจจุงรวบรวมสติขยับหลีก ก่อนหันกลับไปพบสายตาห่วงหาของยุนโฮอีกครั้ง ใบหน้าที่เห็นแฝงไว้ด้วยความตกใจครู่หนึ่งก่อนรีบจ้ำอ้าวจากไป

 

"ฉันขอโทษ" เสียงผะแผ่วดังจากริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยบางอย่างขมุบขมิบ คำพูดมากมายวนเวียนไปมาในหัว คำพูดที่เขาไม่สามารถเอ่ยมันออกมาได้ คำพูดที่คงจะไม่มีใครมีวันได้ยิน

.

.

.

จากมุมมองของตึกอาคารเรียนชั้น 8 ทำให้ภาพของสนามฟุตบอลที่เห็นดูย่อขนาดเล็กลงกว่าของจริงอยู่หลายเท่า ชั่วโมงเรียนก่อนจบไปตั้งแต่ 30 นาทีที่แล้ว แต่ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่ในห้องที่ว่างเปล่า หากแต่ภาพของเพื่อนสองคนที่เล่นฟุตบอลกันอยู่ ณ มุมหนึ่งของสนามก็ทำให้เขาปลอบใจตัวเองได้ว่าตนไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง

 

ร่างกายสูงโปร่งพยุงตัวเองไว้กับขอบหน้าต่าง สายลมเย็นภายนอกปะทะมาแผ่วเบาพอให้ใบหน้าได้หนาวสั่น ยุนโฮกระชับเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาให้แนบกาย ดวงตาเรียวจับจ้องอยู่ที่ร่างของเพื่อนทั้งสองบนสนามฟุตบอลเบื้องล่าง

 

จุนซูกำลังเลี้ยงลูกตรงไปทางด้านยูชอนที่กางแขนเฝ้าเสาประตูเอาไว้ ขวดน้ำ 2 ขวดถูกตั้งไว้เป็นขอบเขตของเสาประตูเบื้องหลัง เพียงชั่วพริบตาเขาเห็นจุนซูใช้มือผลักร่างของอีกฝ่ายให้พ้นทาง ก่อนตัวเองจะส่งลูกเข้าประตูไปในที่สุด เพื่อนตัวเล็กของเขาวิ่งชูมือหราไปรอบๆ ยูชอนที่กำลังนั่งเซ็ง

 

ยุนโฮหัวเราะเบาๆ กับภาพดังกล่าว นอกเหนือจากการโกงอย่างน่าเกลียดของจุนซูแล้ว เขาเดาว่าการต้องจำใจเลี้ยงข้าวเย็นอีกฝ่ายน่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยูชอนทำหน้าเซ็งได้ขนาดนั้น

 

ผ่านไปไม่นาน เขาก็เห็นจุนซูหย่อนตัวลงนั่งบนพื้นที่ว่างข้างๆ สองคนนั้นพูดคุยอะไรกันอยู่สักพัก ก่อนยูชอนจะยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู

 

บางสิ่งในกระเป๋ากางเกงกำลังสั่นอย่างเอาเป็นเอาตาย ยุนโฮล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อกดรับสาย แล้วก็เป็นไปตามคาด

 

"ว่าไง" กรอกเสียงตอบรับอีกฝ่ายกลับไปอย่างขำๆ

"อยู่ไหนวะ" เสียงยูชอนตะโกนกลับมากลบเสียงวุ่นวายของนักกีฬาที่กำลังแบ่งทีมซ้อมกันอยู่ในสนามใหญ่

"อยู่ที่เดิมนี่ไง เงยหน้าขึ้นมาสิ" ยุนโฮเอ่ยตอบ พร้อมโบกมือส่งสัญญาณอยู่ไหวๆ

"อ้าวเฮ้ย ยังไม่ไปไหนอีก อยู่คนเดียวระวังผีหลอกนะเว้ย ได้ข่าวว่าห้องข้างๆ เลิกเรียนกันหมดแล้วด้วย"

"ตึกวิดวะนะไอ้บ้า ไม่ใช่ตึกคณะแพทย์" ยุนโฮหัวเราะขำ แต่คำพูดน่าคิดของเพื่อนก็ทำให้เขาต้องแอบมองซ้ายขวาไปที่ประตู

"เก็บของเหอะยุนโฮ เดี๋ยวไปกินข้าวร้านชางมินกัน"

ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นก็ทำเอาคนฟังอึ้งไปชั่วครู่

"ทำไมต้องร้านชางมินด้วย"

"ก็... ก็คุณป้าเค้าใจดี ชอบแถมเนื้อให้ ก็แค่นี้แหละ"

"... "

เมื่อเห็นเขาเงียบไป อีกฝ่ายก็เร่งเร้าขึ้นมาอีก

"น่านะ ไปเหอะ นายไม่คิดถึงสองคนนั้นหรือไง"

ได้ยินประโยคนี้ก็ยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่

"โอเค ตกลงว่าไปแล้วกันนะ"

"เฮ้ย... เดี๋ยว"

ยูชอนตัดสายไปแล้วก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรต่อ ยุนโฮมองลงไปยังเบื้องล่างที่เพื่อนทั้งสองกำลังโบกมือให้เขาอยู่หยอยๆ ก่อนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน มือเรียวค่อยๆ ทยอยเก็บหนังสือที่วางกระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะทีละเล่ม เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมจะเจอแจจุงหรือเปล่า เหตุการณ์วันสุดท้ายที่ได้คุยกัน แม้จะผ่านมาแล้วเกือบอาทิตย์ แต่มันยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ทุกบทสนทนาโต้ตอบยังคงดังชัดเจนอยู่ในสมอง หากแต่สายตาคู่นั้น เหตุใดเขาจึงตีความหมายไม่เคยออก

.

.

.

ภายในร้านอาหารสไตล์เกาหลี เพื่อนๆ ทั้งสี่นั่งรายล้อมอยู่รอบโต๊ะใกล้ๆ บริเวณเคาน์เตอร์ อาหารจำนวนหนึ่งถูกนำมาเสิร์ฟเรียกน้ำย่อย จุนซูนั่งข้างยูชอน ส่วนยุนโฮนั่งฝั่งตรงข้ามโดยมีลูกชายเจ้าของร้านนั่งขนาบหัวโต๊ะ

"แจจุงคงมาไม่ได้หรอก"

"เอ๋?" จุนซูกับยูชอนเอ่ยขึ้นพร้อมกันทันทีที่ชางมินเอ่ยแจ้งแถลงไข

"หมอนั่นรับจ๊อบเพิ่มอีกเป็นอาทิตย์ละ 3 วันน่ะ"

"หา?"

"ฉันก็ไม่เห็นว่าจำเป็นจะต้องขยันอะไรนักหนา บ้านก็ออกจะรวย" พูดถึงตรงนี้ทุกคนต่างรู้สึกว่าชางมินมองไปที่ยุนโฮด้วยสายตาแปลกๆ

"ทำ 3 วัน พุธ- พฤหัส- ศุกร์ เหรอ" จุนซูเอ่ยถาม

"เปล่าหรอก พฤหัส- ศุกร์- เสาร์ ต่างหาก"

"เอ๋... หมอนั่นก็รู้นี่นาว่าบางทีพวกฉันก็มีโชว์วันเสาร์ แบบนี้เท่ากับหาข้ออ้างไม่ไปดูชัดๆ" ยูชอนเอ่ยขึ้นพลางวิเคราะห์

"อันนั้นฉันก็ไม่รู้หรอกนะ คงต้องไปถามเจ้าตัวเอาเอง"

"อะไรของมันก็ไม่รู้" จุนซูยกแขนขึ้นเท้าคาง นั่งมองไก่ตุ๋นโสมในชามที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟร้อนๆ

"ไม่รู้สิ คงอกหักมั้ง"

ชางมินเอ่ยประโยคที่ว่าออกมาหน้าตาเฉยเล่นเอาคนฟังที่เหลือนั่งอึ้ง จุนซูกับยูชอนหันมองหน้ากันเล็กน้อย แต่เขาทั้งคู่ต่างก็เข้าใจความหมายนั้นดีจึงพร้อมใจกันหันไปมองยุนโฮเป็นตาเดียว

"มองอะไรวะ" คนถูกจ้องเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพาดพิงถึงทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

"นายกับแฟนเป็นยังไงมั่ง" ชางมินเอ่ยถามขึ้นลอยๆ ดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเป้าหมายราวกับต้องการคำตอบ

 

"คงจะรักกันมากเลยล่ะ" จุนซูหัวเราะคิกคักตอบแทนให้ขณะเว้นช่วง

"หมอนี่เลยไม่ยอมไปซ้อมเต้นมาเป็นอาทิตย์ ฮ่าๆๆ" ยูชอนเอ่ยปิดประโยคพร้อมหัวเราะลั่นเพิ่มพลังสมน้ำหน้าให้ด้วยอีกแรง

 

คนถูกพาดพิงถึงไม่ได้นึกสนุกด้วย ใบหน้าของยุนโฮคร่ำเคร่งเสียจนเพื่อนเริ่มรอบโต๊ะเริ่มเครียดตาม

"ไม่ได้ชอบเค้าแล้วไปคบกับเค้าทำไม" ชางมินเอ่ยขึ้น สายตาเอาเรื่องเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นฉบับห่วงใยแบบที่ใครๆ ก็ไม่สามารถปฏิเสธ

 

"นายไม่เข้าใจหรอก"

 

ชางมินจ้องใบหน้านั้นครู่หนึ่ง "หรือที่ทำไปเพื่อประชดใครกันแน่" แม้ประโยคจะฟังดูห้วน แต่เขาก็เอ่ยออกมาจากใจ

 

"เฮ้ย... พอเถอะ" ยูชอนหันไปแตะไหล่ชางมินเบาๆ เป็นการปราม "เรื่องนี้ยิ่งพูดก็ยิ่งลำบากว่ะ ฉันล่ะปวดหัวไปหมดแล้วให้ตาย" ยูชอนกุมขมับส่ายหน้าแบบปลงๆ "แต่ถ้ามีอะไรให้พวกฉันช่วยก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจนะ รู้ป่าว"

ยุนโฮมองตอบเพื่อนทั้งสาม เขายิ้มบางๆ แทนคำขอบคุณ

.

.

.

เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงอาหารมื้อเย็นก็สิ้นสุด ยูชอนที่ต้องรับหน้าที่เป็นเจ้ามืออย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณนายชิมที่ยินดีลดค่าอาหารลงให้กว่าครึ่ง

ขณะเดินออกมาส่งลูกค้าทั้งสาม ลูกชายเจ้าของร้านก็ร้องเรียกหนึ่งในนั้นเอาไว้

"ยุนโฮ เดี๋ยว"

ผู้ไม่ได้ถูกเรียกอีกสองก็หันมามองร่วมด้วย

"ไปเดินเล่นกันมั้ย"

ถึงจะฟังดูแปลกที่ชางมินจะชวนยุนโฮไปเดินเล่น แต่นั่นก็ไม่ได้เกินความหมายของจุนซูและยูชอนสักเท่าไหร่ในสถานการณ์แบบนี้

"เจอกันพรุ่งนี้นะยุนโฮ บ๊ายบายชางมิน" เพื่อนสองคนหันมาโบกมือให้ก่อนเดินหายไปท่ามกลางผู้คน

.

.

.

บรรยากาศของเมืองยามทุ่มกว่าๆ ยังคงสว่างไสว ร้านค้าสองข้างทางยังเปิดต้อนรับลูกค้ามากหน้าหลายตาอย่างคึกคัก

 

ยุนโฮเดินเคียงข้างชางมินที่สองมือล้วงกระเป๋าพร้อมก้าวเดินฉับๆ ภาพที่เห็นพาลทำให้นึกไปถึงอีกคนที่ชอบทำท่าทางแบบนี้ไม่ต่างกัน

... สมกับเป็นเพื่อนกันจริงๆ แฮะ

 

ชายหนุ่มเหลือบมองชางมินจากด้านข้าง หนุ่มรูปร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาคนนี้มักทำให้เขารู้สึกอิจฉาเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เห็น อิจฉาในมิตรภาพอันยาวนาน อิจฉาโอกาสที่คนๆ นี้ได้รับรู้แทบทุกเรื่องของแจจุงในมุมที่เขาไม่เคยได้สัมผัส

... สองคนนี้คบกันมากี่ปีแล้วนะ

 

"แจจุงน่ะ..."

"เอ๊ะ" ยุนโฮชะงักเมื่อคนข้างๆ เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อนแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้แต่ประโยคแรกก็เล่นเอาหัวใจของเขาหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

 

"แจจุงน่ะนะ ต่อให้บีบคอให้พูดออกมา หมอนั่นก็ไม่มีทางพูดหรอก ...นายต้องดูจากการกระทำ"

ยุนโฮมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง แม้จะแปลกใจแต่เขาก็น้อมรับคำพูดนั้น

 

"ฉันถึงได้รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีค่ายังไงล่ะ" ยุนโฮเอ่ยออกมาหลังจากไตร่ตรองอยู่สักพัก

"แต่ฉันกลับมองว่าสิ่งที่หมอนั่นทำเป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับนายนะ" ชางมินแตะมือลงบนไหล่กว้างเบาๆ เขายิ้มให้ยุนโฮที่เหมือนกำลังใช้ความคิด "คนหนึ่งก็งอน อีกคนก็น้อยใจแล้วต่างฝ่ายต่างก็เงียบ ถ้านายยังดูไม่ออกแล้วใครจะช่วยนายได้วะ"

 

"ฉันนึกว่าหมอนั่นจะเข้าใจฉันซะอีก"

"นายต่างหากที่ต้องถามตัวเองว่าเข้าใจมันบ้างรึเปล่า" ชางมินยิ้มให้บางๆ "บอกให้ก็ได้ แจจุงน่ะเสียใจมากนะที่นายไปคบกับคนอื่น"

 

"ก็... " คำพูดดูเหมือนจะถูกความรู้สึกบางอย่างกลืนหาย อันที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรพูดอะไรต่อ บรรยากาศเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง ชางมินหยุดเดินแล้ว ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบๆ ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสได้คุยกันแบบนี้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงมิตรภาพบางอย่างที่มองไม่เคยเห็น

 

"คิดดูเองแล้วกันว่าควรจะทำยังไง"

ทั้งสองออกเดินต่อ ไม่มีคำพูดใดๆ อีก แต่ยุนโฮรู้ดีว่ามีคำตอบบางอย่างเฝ้ารอเขาอยู่บนหนทางเบื้องหน้า

"ขอบใจนะชางมิน"

 

 

 

 

 

To be continued...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ะ อัพแล้ว
มาเม้นก่อน ยังไม่ได้อ่านเยย
กะว่าจะอ่านคืนนี้

เม้นเปนคนแรกด้วย
เปนกำลังใจให้นะคะ ^^...

ช่วงนิเราวุ่นๆจิงๆ

แล้วก้อ ขอบคุนมั๊กๆที่ช่วยโหวตน้า อิอิ

จุฟฟฟฟฟฟฟๆๆๆๆ
น่ารักจิงๆ ไฟท์ติ้งๆ

#1 By @BearHUG's home on 2008-05-08 14:18

ว้าวๆๆ อัพแล้วเย้ๆสนุกมากเลย

ง่าไม่ได้มาเมเมเป็นคนแรกเลย

พอดีเดี่ยวนี้เล่นดึก

เป็นกำลังใจให้พี่สาวเสมอนะค่ะ
รักและเคารพ พี่สาวสุดสวย

#2 By Evangeline A.K. McDowell on 2008-05-08 21:04

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย
สาว ๆ มาเป็นตัวปัญหาจริง ๆ ด้วยนะเนี่ย
(ใครช่วยเอาไปเก็บทีสิ)

นั่น จะโกรธหรือสงสารใครดีเนี่ย
ต่างก็รักกัน
แต่ก็ทำเรื่องแปลก ๆ
อีกคนก็งอน อีกคนก็น้อยใจ

น้านนนนนนนนนนนนนนนนน
เก็บไว้แล้วจะได้รักกันมะเนี่ย

ส่วนอีกยูชอนกับจุนซูที่น่ารัก
เป็นตัวประกอบไปแล้ว
55555555555555

น้องมินดีมากจ้า
น่ารักที่สุด
หล่อแล้วยังนิสัยดีอีกต่างหาก


#3 By nu_nnjj (124.120.113.81) on 2008-05-08 23:50

ก้มลงกราบงามๆเป็นการขอโทษ ที่มาช้านะคะ

ขอโทษจริงๆน้า..................

เพิ่งจาได้แตะคอมแหละ เหอๆๆๆๆ

แต่เค้าก้อมาแล้วน้า.............

คิดถึงจัง อยากบอกว่ายังไม่ได้อ่าน รีบเม้นก่อนเลย คริๆ

เด๋วไปอ่านแปบนะคะ ฟิ้ววววววววววว

confused smile big smile sad smile

#4 By Luv-U-XiahJunsu on 2008-05-11 19:05

ทำไมคนเราบางทีถึงต้องคิดแทนคนอื่น รู้สึกแทนคนอื่นแล้วก็ไม่บอกความรู้สึกของเราออกไปตรงๆนะ ไม่เข้าใจเลย

รู้คำตอบของตอนที่แล้วแล้วล่ะ
ดูเหมือนความสัมพันธ์ที่เริ่มจะดีขึ้นแย่ลงนิ
แต่ต่างฝ่ายต่างไม่คุยกันแล้วจะดีกันได้มั๊ยเนี่ย
รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ

อัพเร็วๆนะคะ

#5 By gnobas (124.157.149.204) on 2008-05-17 23:15

ย๊าส์!!!!!
ขอมาอ่านเรื่องนี้ก่อนค๊าบ
.
แจจุงดูเป็นผู้ชายที่น่าร๊ากกกมากมายคับ
อยากเป็นเปียโน อยากโดนดีดด555+
.
เนื้อเรื่องน่ารักมากๆเลยcry
ชอบเวลาที่ยุนโฮกับแจจ๋าคุยกันจังเลยคับ
แอบจุ๊กจิ๊กกันโดยไม่รู้ตัว ฮิ้วๆๆ
.
แจจ๋า(กลับมาที่แจอีกแล้วsad smile)
.
รออ่านตอนต่อไปนะคับบบบบบ
ไฟท์ติ้งงงงcry
(เขินๆๆ ขอบคุณที่อุส่าไปเยี่ยมบล๊อกนะคับ)

#6 By zom17 on 2008-07-04 16:33